ลงนามถวายพระพรออนไลน์วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
คลิกลงนามถวายพระพรออนไลน์   ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับคนไทยทุกคน ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 68 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่  10 พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ได้รับพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ การศึกษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเริ่มการศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนคิงส์มีด แคว้นซัสเซกส์ และศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมิลฟิลด์ แคว้นซอมเมอร์เซท สหราชอาณาจักร หลังจากนั้น ทรงศึกษาต่อวิชาทหารที่โรงเรียนคิงส์ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาอักษรศาสตร์ ด้านการทหาร จากมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาได้เสด็จฯ นิวัติประเทศไทย ทรงศึกษาต่อสาขาวิชานิติศาสตร์รุ่นที่ 2 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวิชราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2515 ขณะนั้นทรงเจริญพระชนมายุ 20 พรรษา นับเป็นกระบวนการสืบราชสันตติวงศ์ที่ชัดเจนตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ พ.ศ.2467 ตลอดระยะเวลาที่ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ทรงเจริญรอยตามเบื้อง พระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรและ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ อาณาประชาราษฎร์ ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ นานัปการ เพื่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทย โดยมิได้ย่อท้อ ทั้งที่ทรงปฏิบัติแทนพระองค์ และ ทรงปฏิบัติส่วนพระองค์ ทั้งในด้านความมั่นคง ของประเทศ ด้านสังคมสงเคราะห์ การศาสนา การศึกษาและวัฒนธรรม การแพทย์และสาธารณสุข การทหาร การบิน การต่างประเทศ ฯลฯ เพื่อ ความสุขความเจริญก้าวหน้าแก่บ้านเมืองและ ประชาชนคนไทยทั้งปวง ดั่งพระราชดำรัสในพิธี ถวายสัตย์ปฏิญาณในการพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ในการสถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ความว่า “ข้าพเจ้าผู้เป็นสยามมกุฎราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศและอริยศักดิ์ ซึ่งทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ด้วยชีวิต จะจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ ต่อประชาชนจะปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่าง โดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถและ โดยความเสียสละเพื่อความเจริญสงบสุขและ ความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศไทย จนตราบ เท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่”
  ทรงรับขึ้นทรงราชย์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม 2559 เวลา 19.16 น. ปวงชนชาวไทยทั้งผอง ต่างปลาบปลื้มเป็นล้นพ้น เมื่อสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออก ณ ห้อง UPPER MAIN CR.M (ห้อง วปร.) พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้าฯ เพื่อกราบบังคมทูลอัญเชิญพระรัชทายาทเสด็จ ขึ้นทรงราชย์เป็นรัชกาลที่ 10  พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ ความว่า “ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติ แห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาและ กล่าวในนามของปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้า ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ถ้าเป็น ไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎ มนเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทย ทั้งปวง”  การทุ่มเทพระวรกายปฎิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ โดยมิทรงว่างเว้นของพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สะท้อนถึงพระราชหฤทัยมุ่งมั่นในการขจัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกร  สมดั่งพระราช ปณิธานที่ทรงมีพระราชประสงค์ สืบสาน รักษาต่อยอด สมเด็จพระบรมชนกนาถ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร ครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ และนักเรียนนักศึกษา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด
      
แนวทางการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในโรงเรียน สถานศึกษา 1. นิยามผู้ป่วยและผู้สัมผัส 1) ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ต้องสอบสวน (PUI) หมายถึง ผู้ที่มีประวัติไข้หรือวัดอุณหภูมิกายได้ตั้งแต่ 37.5 องศา เซลเซียส และ/หรือ มีอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง (ไอ น้้ามูก เจ็บคอ หายใจเร็วหรือหายใจ เหนื่อย หรือหายใจล้าบาก) ร่วมกับ มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันในช่วง 14 วันก่อนมีอาการ หรือ เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อนหน้านี้ หรือ มีอาการปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ 2) ผู้ป่วยยืนยัน หมายถึง ผู้ที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 3) ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง (High risk contact) หมายถึง ผู้สัมผัสใกล้ชิดตามลักษณะข้อใดข้อ หนึ่ง ดังนี้ - ผู้ที่เรียนร่วมห้อง, ผู้ที่นอนร่วมห้อง หรือเพื่อนสนิทที่คลุกคลีกัน หรือ - ผู้สัมผัสใกล้ชิดหรือมีการพูดคุยกับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตรนานกว่า 5 นาทีหรือถูกไอ จาม รดจากผู้ป่วย โดยไม่มีการป้องกัน เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัย - ผู้ที่อยู่ให้บริเวณที่ปิดไม่มีการถ่ายเทอากาศ เช่น ในรถปรับอากาศ ให้ห้องปรับอากาศ ร่วมกับผู้ป่วย และอยู่ห่างจากผู้ป่วยไม่เกิน 1 เมตร นานกว่า 15 นาทีโดยไม่มีการป้องกัน 4) ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ต่้า (Low risk contact) หมายถึง ผู้ที่ท้ากิจกรรมอื่นๆร่วมกับผู้ป่วย แต่ ไม่เข้าเกณฑ์ความเสี่ยงสูง 5) ผู้ไม่ได้สัมผัส หมายถึง ผู้ที่อยู่ในโรงเรียนแต่ไม่มีกิจกรรมหรือพบผู้ป่วยในช่วง 14 วัน ก่อนป่วย 6) ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรง (Underlying condition) หมายถึง ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่้า หรือมีโรค ประจ้าตัว หรือผู้สูงอายุ  ************************************************************************************************** การเตรียมสถานศึกษาก่อนเปิดภาคเรียน 1) ตรวจสอบห้องสุขา โรงอาหาร ให้มีอ่างล้างมือให้มีเพียงพอ อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน รวมถึงสบู่ล้างมือที่ เพียงพอ 2) จัดเตรียมอุปกรณ์ล้างมือ เช่น เจลแอลกอฮอล์ไว้บริเวณทางเข้าห้องเรียน และอาคารต่างๆ ที่มีการใช้งาน ร่วมกัน 3) ก้าหนดจุดตรวจคัดกรองอาการป่วยบริเวณทางเข้าสถานศึกษา อาคารเรียน หอพัก พร้อมอุปกรณ์ เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือ 4) จัดสถานที่เพื่อเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เช่น การเข้าแถว การเข้าคิว การจัดที่นั่งเรียน การจัดที่นั่ง รับประทานอาหาร ตามมาตรการ เว้นระยะห่างทางกายภาพ (Physical Distancing) 5) ท้าสัญลักษณ์เพื่อเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เช่น จุดตรวจวัดไข้ก่อนเข้าโรงเรียน แถวรับอาหารกลางวัน จุดล้างมือ เป็นต้น 6) จัดตารางเหลื่อมเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน 7) ส้าหรับเด็กเล็กที่ยังต้องนอนกลางวัน หรือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ที่มีโรงนอน ให้รักษาระยะห่างระหว่าง กันอย่างน้อย 1 เมตร โดยไม่เอา ศีรษะชนกันและแยกอุปกรณ์เครื่องใช้เป็นของส่วนตัว ไม่ใช้ร่วมกัน กรณี หากมีเด็กป่วยให้หยุดอยู่กับบ้าน 8) ก้าหนดให้มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการป้องกันควบคุมโรคของสถานศึกษาเพื่อคอยติดต่อประสานงานกับ หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เมื่อพบผู้ป่วยสงสัย ************************************************************************************************** 3. กิจกรรมการเฝ้าระวังและป้องกันโรคเมื่อเปิดการเรียนการสอน 1) ให้มีการตรวจสอบการลาป่วยของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน หากพบว่าผู้ป่วยมากผิดปกติ ให้รายงาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทราบ 2) ให้มีการคัดกรองไข้และอาการทางเดินหายใจของนักเรียน นักศึกษา ครู และเจ้าหน้าที่ บริเวณทางเข้า สถานศึกษาทุกวัน หากพบผู้ที่มีอาการป่วยให้หยุดเรียนหรือท้างาน และพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที 3) หากพบว่ามีผู้ที่มีไข้จ้านวนมากผิดปกติให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการดูแลการป้องกันควบคุมโรคของ สถานศึกษา แจ้งไปยังหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ 4) ห้องพยาบาลให้มีการบันทึกรายชื่อและอาการของนักเรียนที่ป่วย 5) แจ้งผู้ปกครองที่บุตรหลานมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ไอ จาม มีน้้ามูก เหนื่อยหอบ หรือกลับจากพื้นที่เสี่ยง และอยู่ในช่วงกักกัน ให้หยุดเรียน รวมทั้งขอความร่วมมือกรณีที่มีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรค ติดเชื้อโค วิด 19 หรือกลับจากพื้นที่เสี่ยงและอยู่ในช่วงกักกัน ให้ปฏิบัติตัว ตามค้าแนะน้าของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อย่างเคร่งครัด 6) งดการจัดกิจกรรมรวมคน ทัศนศึกษา เช่น การยืนรวมกันหน้าเสาธง การจัดแข่งขันกีฬาสี การไปทัศนศึกษา ดูงานที่ต้องรวมตัวและเคลื่อนย้ายคนจ้านวนมาก การประชุมใหญ่ กิจกรรมรวมตัววันส้าคัญต่างๆ 7) หากมีรถรับส่งนักเรียน ให้เจ้าหน้าที่สังเกตอาการนักเรียนก่อนอนุญาตให้ขึ้นรถ ให้นักเรียนสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยทุกคนระหว่างนั่งในรถ เปิดประตู หน้าต่างรถเมื่อหยุดรับนักเรียนในแต่ละจุดเพื่อให้มี อากาศถ่ายเทบ่อยๆ และท้าความสะอาดรถโดยเฉพาะที่ราวจับประตู ที่วางแขน และเบาะนั่งทุกวัน 8) พยายามเปิดประตูหน้าต่างของห้องเรียน เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศ งดการเรียนในห้องแอร์ที่ไม่จ้าเป็น 9) ตรวจตราผู้ประกอบอาหารของโรงเรียนให้ปฏิบัติตามสุขอนามัยในการประกอบอหาร สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า หมวกคลุมผม face shield ถุงมือ ขณะประกอบอาหารและเสิร์ฟอาหารทุกครั้ง เน้นเมนูที่ ปรุงสุกร้อน มีฝาปิดหรือ counter shield กั้นที่วางอาหาร ************************************************************************************************** 4. การทำความสะอาด 1) ท้าความสะอาดพื้น และพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ทุกวัน อย่างน้อยวันละสองครั้ง โดยเฉพาะพื้นผิวที่หลายคน สัมผัส เช่น ราวบันได โต๊ะอาหาร อุปกรณ์กีฬา ที่จับประตูหน้าต่าง ของเล่น เครื่องช่วยสอน อุปกรณ์การ เรียน เป็นต้น 2) ใช้น้้ายาฆ่าเชื้อ หรือน้้ายาซักผ้าขาวผสมในอัตราส่วน 1 ส่วน ต่อน้้าสะอาด 20 ส่วน ส้าหรับเช็ดพื้นผิว หรือ แอลกอฮอล์70% ส้าหรับการเช็ด ฆ่าเชื้อโรคของอุปกรณ์ต่างๆ 3) ท้าความสะอาดห้องสุขาด้วยน้้ายาฆ่าเชื้อ หรือน้้ายาซักผ้าขาวผสมในอัตราส่วน 1 ส่วน ต่อน้้าสะอาด 10 ส่วน อย่างน้อยวันละสองครั้ง 4) ก้าจัดขยะอย่างถูกวิธีทุกวัน โดยการผูกปากถุงให้มิดชิด เน้นย้้าให้นักการภารโรงที่เก็บขยะใส่หน้ากาก อนามัย face shield และถุงมือยาว ************************************************************************************************** 5. กิจกรรมเมื่อพบผู้ป่วยยืนยัน 1) ปิดชั้นเรียนที่พบผู้ป่วย เพื่อแยกนักเรียน นักศึกษา 2) ท้าความสะอาดสถานที่ที่ผู้ป่วยนั่งเรียนหรือใช้เป็นประจ้า เช่น ห้องสุขา ที่รับประทานอาหาร 3) ส้ารวจคัดกรองนักเรียนและบุคลากรทุกคนบริเวณทางเข้าโรงเรียนอย่างเคร่งครัด หากพบอาการไข้หรือ อาการทางเดินหายใจให้น้าส่งโรงพยาบาล 4) ผู้สัมผัสกลุ่ม high risk เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะด้าเนินการเก็บตัวอย่างทางเดินหายใจส่งตรวจหาเชื้อ และ ให้แยกตัวอยู่บ้านเป็นเวลา 14 วัน 5) ผู้สัมผัสกลุ่ม low risk ไม่ต้องเก็บตัวอย่าง แต่ให้แยกตัวอยู่ที่บ้าน และรายงานอาการ (self-report) ทุกวัน หากพบว่ามีอาการเข้าเกณฑ์ PUI ให้ด้าเนินการแบบผู้ป่วย PUI 6) ทีมสอบสวนโรคท้าการติดตามผู้สัมผัสทุกวัน จนครบก้าหนด ************************************************************************************************** 6. การแยกตัวอยู่บ้านของผู้สัมผัสไม่มีอาการ (High risk contact) 1) วัดไข้ทุกวัน หากพบว่าอุณหภูมิกายสูงกว่าหรือเท่ากับ 37.5 องศา หรือมีอาการไอ เจ็บคอ มีน้้ามูก ให้โทร รายงานครูผู้รับผิดชอบของสถานศึกษา เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 2) แยกของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้้า จาน ช้อน ออกจากผู้อยู่ร่วมหลังคาเรือน 3) ทุกคนในบ้านให้ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้้า หรือจับสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน 4) ห้ามออกจากบ้าน **************************************************************************************************











งานวิจัยสถานศึกษา

งานวิจัยครู

งานวิจัยนักเรียนนักศึกษา


ผลงานสถานศึกษา

ผลงานผู้บริหาร

ผลงานครู

ผลงานนักเรียนนักศึกษา


ตรวจสอบผลการเรียน



ระบบสารสนเทศ

งานวัดผลการเรียน



คลังข้อมูลที่ นักเรียน

นักศึกษา สถานศึกษา



สมัครเรียนออนไลน์



สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน



อกท.หน่วยร้อยเอ็ด



ระบบห้องสมุด



ข้อมูลผู้เรียนที่ผ่านการบ่มเพาะ และสำเร็จการศึกษาแล้วที่เป็นเจ้าของธุรกิจ
นายเมธี  ไชยพาลี    เจ้าของธุรกิจเมธี ฟาร์ม เกี่ยวกับการรับผสมพันธุ์สัตว์ เช่น โค กระบือ และสุกร   ที่ตั้งของธุรกิจ  79 หมู่7  บ้านสำโรง  ตำบลดู่  อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด  ติดต่อสอบถาม โทร  088-7369566

ศุกร์ 2 กรกฏาคม 2564
ดู 97 ครั้ง

ข้อมูลผู้เรียนที่ผ่านการบ่มเพาะ และสำเร็จการศึกษาแล้วที่เป็นเจ้าของธุรกิจ
นางสาวพรพิมล  คนขยัน   เจ้าของธุรกิจบ้านขนมคนขยัน เกี่ยวกับการทำผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เพื่อจำหน่าย   ที่ตั้งของธุรกิจ  192  บ้านสิงห์ทอง หมู่ที่ 14  ตำบลเหล่าหลวง  อำเภอเกษตรวิสัย  จังหวัดร้อยเอ็ด ติดต่อสอบถาม โทร  065-8970024

ศุกร์ 2 กรกฏาคม 2564
ดู 99 ครั้ง

ข้อมูลผู้เรียนที่ผ่านการบ่มเพาะ และสำเร็จการศึกษาแล้วที่เป็นเจ้าของธุรกิจ
นายสุนัย  นิลดาศรี   เจ้าของธุรกิจเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อจำหน่าย เช่น พันธุ์ปลา พันธุ์กบ   ที่ตั้งของธุรกิจ 32/4 บ้านนาคำ  ตำบลนาเมือง  อำเภอเสลภูมิ  จังหวัดร้อยเอ็ด   ติดต่อสอบถาม โทร  098-6958538

ศุกร์ 2 กรกฏาคม 2564
ดู 95 ครั้ง

กลุ่มเกษตรกรบ้านหัวหนอง ตำบลสีแก้ว อำเภอเมืองร้อยเอ็ดได้เข้ามาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องของการทำเห็ดนางฟ้าภูฐาน จากธุรกิจฟาร์มเห็ดนางฟ้าแผนกวิชาพืชศาสตร์  เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 

ศุกร์ 2 กรกฏาคม 2564
ดู 105 ครั้ง

นักเรียน อศ.กช. ศูนย์ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ดได้เข้าศึกษาดูงานเรียนรู้เพิ่มเติมในรายวิชาการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน จากธุรกิจฟาร์มเห็ดนางฟ้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา  ฟาร์มเห็ด แผนกวิชาพืชศาสตร์

ศุกร์ 2 กรกฏาคม 2564
ดู 84 ครั้ง

Responsive image